Text Size
Thursday, December 13, 2018
Top Tab Content
008greatbun02

                                            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๒ 

ตอนวิกฤตในโอกาส โอกาสในวิกฤต

            ต่อจากภาคที่แล้ว ที่ผู้เขียนพยายามจะบอกถึงบุญอันยิ่งใหญ่ที่ทุกท่านได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเกิดมายากดีมีจน     ตาบอดหรือพิการ   แต่ตราบใดที่ทุกคนยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์     สามารถรับรู้พระธรรม และพิจารณาตามได้ ตราบนั้นถือว่าทุกคนยังได้รับบุญอันยิ่งใหญ่นี้เท่า เทียมกันอยู่
 
            ในภาคนี้ผู้เขียนจะ บอกถึงมุมมองอีกมุมหนึ่งที่ผู้คนส่วนมากอาจจะมองข้ามไป ในเมื่อเหรียญย่อมมีสองด้าน สิ่งต่างๆ ล้วนมีคุณประโยชน์และโทษในตัวมันเองด้วยกันทั้งนั้น คนส่วนมากเมื่อมีโอกาสดีๆ  เข้ามาก็มักจะลืมอีกด้านหนึ่งเสมอ  เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ที่ประสบกับสิ่งเลวร้ายก็มักจะจมอยู่กับความทุกข์ไม่ ได้มองถึงอีกด้านหนึ่ง  เช่นเดียวกัน แต่ละคนมักจะมองในสิ่งที่ตัวเองได้รับและประสบในมุมมองด้านเดียวเสมอ

            คนที่เกิดมาสมบูรณ์พูนสุข  บางคนก็เสวยรับความสมบูรณ์พูนสุขอันนั้นอย่างประมาทโดยมองข้ามบางอย่างไป    เช่นเดียวกับคนที่ประสบกับความทุกข์ก็มักจะจมอยู่กับความทุกข์ โดยมิได้มองบางสิ่งบางอย่างที่แฝงอยู่ในเหตุการณ์นั้น
            นั่นคือประเด็นที่ผู้เขียนพยายามจะบอกทุกท่าน   ในวิกฤตแต่ละวิกฤตมีโอกาสแฝงอยู่   และเช่นเดียวกันในโอกาสแต่ละโอกาสย่อมมีวิกฤตแอบอยู่
            สำหรับคนที่ประสบกับสิ่งดีอยู่ จะสามารถเก็บเกี่ยวโอกาสที่ได้รับได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  และ สามารถมองวิกฤตที่แฝงอยู่   สามารถป้องกันจุดที่เป็นวิกฤตได้หรือไม่
            แล้วสำหรับคนที่ประสบกับวิกฤตอยู่ จะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้หรือไม่ ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้ก็อยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวให้มาก

            ท่านผู้อ่านสังเกตหรือไม่ว่า เรื่องบางเรื่องในขณะที่บางคนประสบกับเหตุการณ์วิกฤตอยู่นั้น   ได้สอนตัวเราอย่างมากมาย   และได้ใช้ประโยชน์ในเรื่องนั้นในเหตุการณ์ถัดไป ส่วนบางคนก็คิดในทางลบและสร้างทฤษฎีแปลกๆขึ้นมา ครั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตในครั้งต่อไป ก็จะใช้ทฤษฎีนั้นมารับมือ แต่กลับทำให้เรื่องราวนั้นยิ่งแย่ลงไปอีก บางคนอาจจะกลายเป็นคนเสียสติ  หรือไม่ก็เป็นคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น เป็นที่น่าสังเกตว่า ได้ประสบกับเหตุการณ์ที่แย่ๆเหมือนกัน แต่บางคนได้สิ่งที่ดีจากสิ่งนั้น ส่วนบางคนกลับได้สิ่งที่ทำให้ตนเองแย่ลงไปอีก  จุดที่น่าสังเกตอีกประการคือ เรื่องดีต่างๆ ที่ผู้คนประสบอยู่นั้น ก็สามารถสอนตัวเองได้เช่นเดียวกับเหตุการณ์วิกฤต   แต่คนส่วนมากนั้นมักจะมองข้าม ประมาทและหลงระเริงไปกับเหตุการณ์นั้น  จะคอยสอนตนเองเมื่อมีเหตุการณ์เลวร้ายเท่านั้น
            เมื่อเราสามารถมองได้ครบทั้งสองด้านก็จะไม่ประมาท    ตอนที่ได้รับสิ่งดีอยู่ เร่งใช้โอกาสที่ตนได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งไม่ท้อแท้สิ้นหวัง และจมอยู่กับความทุกข์   ในขณะที่เรากำลังประสบกับวิบากกรรมอยู่  โดยจะพยายามหาโอกาสที่แฝงอยู่ในความทุกข์ที่เราได้รับนั้น และสามารถทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในวิกฤตนั้นได้

            ส่วนเรื่องเกี่ยวกับศาสนานั้น เมื่อทุกคนได้รับบุญอันยิ่งใหญ่ดังที่ได้กล่าวไว้ในภาคหนึ่ง  แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือความเสี่ยงที่ตามมา  ถ้าทำดีในพุทธศาสนา ก็จะได้บวกมากมายมหาศาล  ในทางกลับกันถ้าทำ
ติดลบ ก็จะติดลบมหาศาลเช่นเดียวกัน
            พระที่บวชในพุทธศาสนา ถ้าทุศีลก็ตกนรกยาว แต่ถ้าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสามารถสร้างบุญตั้งแต่สวรรค์ชั้นต่ำ จนถึงบุญอันสูงสุดคือโลกุตตรภูมิก็ได้
           อุบาสก อุบาสิกา ก็เช่นเดียวกัน ถ้าทำไม่ดีก็โทษมหันต์   เช่นทำบุญแบบไม่ถูกต้องพระธรรมวินัย  หรือเอาข้าวของสงฆ์ไปใช้  เรื่องนี้ทางผู้เขียนขอให้ท่านผู้อ่านตระหนักมากๆ
           ในที่นี้ผู้เขียนไม่ได้เพียงแค่กล่าวถึง  ผู้ที่ทำความผิดอย่างชัดเจน  เช่น ขโมยของวัดอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ที่ไปวัดด้วยศรัทธาจิตใจเป็นบุญ แต่ทำผิดโดยไม่รู้พระธรรมวินัยด้วย    มักจะมีคำพูดในลักษณะที่ชอบพูดกันว่า จิตใจดีไม่เป็นไร อยู่ที่เจตนา อย่าคิดมาก
           คนส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันนี้ ประเมินค่าบาปกรรมที่ได้รับในการทำผิดพระธรรมวินัยต่ำไปจนน่าใจหาย แสดงถึงขาดความใส่ใจในพระธรรมวินัยซึ่งเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสไว้   โดยให้น้ำหนักไปในส่วนการคิดไปเอง  เสียส่วนมากเช่น เราเจตนาดีแล้วไม่เป็นไร แค่นี้ก็ได้บุญแล้ว ท่านคิดว่าการที่เราทำอะไรตามใจตัวเอง   โดยขัดกับพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้  โดยเพียงคิดว่าเราเจตนาดี ทำใจให้สบาย ก็ได้บุญแล้ว ท่านคิดว่าเรื่องมันจะง่ายขนาดนั้นหรือ

           ผู้เขียนอยากจะขอเตือนท่านทั้งหลายว่า อย่าประมาท อย่าคิดน้อย
           ยิ่งถ้าพระภิกษุ  ไม่รู้พระธรรมวินัย  หรือว่ารู้แล้วแต่มองข้ามไม่ใส่ใจ จะเป็นอันตรายต่อญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา   รวมทั้งตัวท่านเองด้วยเป็นอย่างมาก ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเรากำลังไปเกี่ยวข้องกับของสูง
           ตัวอย่าง  ญาติโยมนำอาหารไปถวายแด่สงฆ์  คำว่าสงฆ์ไม่ได้เจาะจงให้กับภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง  ถ้าสงฆ์ทั้งหลายไม่ได้กล่าวคำอุปโลกน์สังฆทานนั้น ถ้าพระสงฆ์ไม่รู้วินัย ไม่ได้กล่าวคำอุปโลกน์ อย่าว่าแต่ญาติโยมที่จะนำอาหารไปทานเลย แม้แต่พระรูปใดฉันก็ยังไม่รอด
           แน่นอนว่าคนที่ทานอาหารหลังจากที่ถวายพระ  ไม่ได้มีเจตนาไปขโมยของสงฆ์ แต่เป็นการกินของสงฆ์โดยไม่มีความรู้ โทษที่ได้รับก็จะเบากว่าเจตนาในการขโมยมาก ถึงแม้จะเบากว่ามาก แต่ก็ใช่ว่าโทษที่ได้รับจะไม่หนักหนาสาหัส

           ยังมีตัวอย่างอีก มากมายในสมัยพุทธกาล      ที่ทำให้โอกาสที่ตนได้รับให้กลายเป็นบาป โดยพลิกโอกาสให้กลายเป็นวิกฤต แทนที่จะได้รับบุญทำให้กลายเป็นบาป แค่ไม่ได้บุญก็นับว่าเสียหายมากแล้ว แต่นี่กลับไปทำให้กลายเป็นวิบากที่ตนต้องไปรับ ไปกลับเสียสองต่อ กลายเป็นเสียชาติเกิด ขาดทุนมหาศาล

            ซึ่งปัจจุบันนี้ ผู้ที่มาบวชเป็นภิกษุ แต่ประพฤติตัวไม่เหมาะควรมีเป็นจำนวนมาก   ขอแสดงอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็น ผู้ที่ทำให้โอกาสอันดี  กลายเป็นวิกฤตสำหรับตน

          พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า  “สามัญฺญํ ทุปฺปรามตฺถํ นิรยายูปกฑฺฒติ”
          แปลว่า “ชีวิตความเป็นพระนั้น ถ้าประพฤติไม่ดีแค่นิดเดียว ก็ลงนรกได้”

(อ้างอิง ๑) พระไตรปิฎกและอรรถกถาไทย ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวน ๙๑ เล่ม
เล่ม ๓๗ พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาตเล่มที่ ๔
หน้า ๒๖๐ ข้อ ๖๙ อัคคิขันธูปมสูตร
         (เรื่องย่อ)  พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ได้ตรัสเตือนภิกษุดังนี้
         ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า การที่บุคคลผู้ทุศีลมีธรรมลามก  มีความประพฤติ   สกปรกน่ารังเกียจ  ปกปิดกรรมชั่ว  มิใช่สมณะ แต่ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ มิใช่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์  แต่ปฏิญาณว่าประพฤติพรหมจรรย์ เน่าใน มีความกำหนัดกล้า เป็นดังหยากเยื่อ

        ผู้ทุศีลนั้น    ไปกอดกองไฟกองใหญ่ที่ลุกโชติช่วงนั้น
        ยังดีกว่า      ไปกอดธิดา หรือบุตรสาวพราหมณ์

        ผู้ทุศีลนั้น          ไปโดนเชือกหนังอันเหนียว    พันแข้งทั้งสองข้าง
                               แล้วชักไปมาจนเชือกหนัง นั้นบาดผิว     บาดหนัง
                               บาดเนื้อ  ตัดเอ็น  ตัดกระดูก ไปจนถึงเยื่อในกระดูก
        ยังดีเสียกว่า       ให้กษัตริย์ พราหมณ์ คฤหบดีมากราบไหว้

        ผู้ทุศีลนั้น          ไปโดนบุรุษที่มีกำลังเอาหอกอันคม ที่ชโลมน้ำมัน
                               พุ่งใส่กลางอก
        ยังดีเสียกว่า       ให้กษัตริย์ พราหมณ์ คฤหบดีมากราบอัญชลี

        ผู้ทุศีลนั้น          ไปโดนบุรุษที่มีกำลัง นำเอาแผ่นเหล็กแดง
                               มีไฟกำลัง ลุกโชติช่วงนาบ กายตัว
        ยังดีเสียกว่า      ได้ใช้จีวรที่เขาถวายด้วยความศรัทธา

        ผู้ทุศีลนั้น          ไปโดนบุรุษที่มีกำลัง นำตะขอเหล็กแดง ที่มีไฟลุก
                               โชติช่วงเกี่ยว ง้าง ปากให้อ้าไว้ แล้วกรอกด้วย
                               ก้อนเหล็กแดง  ที่มีไฟลุกโชติช่วง   เข้าไป
                               ในปาก   ก้อนเหล็กแดงที่เข้าไปในปากนั้น
                               จะไหม้ริมฝีปาก ไหม้ปาก ไหม้ลิ้น ไหม้คอ ไหม้อก
                               ไหม้เรื่อยไปจนถึง ลำไส้ใหญ่ แล้วออกทางทวาร
                                   
         ยังดีเสียกว่า     บริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธานั้น

        ผู้ทุศีลนั้น          ไปโดนบุรุษที่มีกำลัง จับที่ศีรษะหรือที่คอ แล้วให้นั่งทับ
                               นอนทับ บนเตียงเหล็กหรือตั่งเหล็กแดงที่มีไฟกำลังลุก
                               โชติช่วง
        ยังดีเสียกว่า      ไปใช้เตียงตั่งที่เขาถวาย ด้วยศรัทธา

        ผู้ทุศีลนั้น          ไปโดนบุรุษที่มีกำลัง  จับมัดเอาเท้าขึ้นเอาหัวลง โยนลง
                               ในหม้อเหล็กแดง ที่มีไฟกำลังลุกโชติช่วง ผู้นั้นถูกไฟ
                               เผาเดือด  ลอยไปลอยมา   บางครั้ง  ลอยขึ้นข้างบน
                               บางครั้งจมลงข้างล่าง บางครั้งลอยไปทางขวาง
        ยังดีเสียกว่า       เข้าไปใช้วิหารที่เขาถวายด้วยความศรัทธา

        ที่ว่าดีเสียกว่าก็เพราะว่า เมื่อผู้นั้นจะตายเพราะมีสาเหตุดังกล่าวเป็นเหตุ ก็จะไม่ไปยังนรก  แต่ถ้าผู้ทุศีลทำหรือใช้สอยสิ่งต่างๆ   ที่เขาถวายด้วยศรัทธาดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น เมื่อตายไปเขาย่อมถึงทุคติ อบาย และนรก

             " ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายพึงสอนตนอย่างนี้ว่า จีวร บิณฑบาต
               เสนาสนะ คิลานเภสัช บริขาร ของชนเหล่าใด ของเหล่านั้นมีผลมาก
               มีอานิสงส์มาก และการที่เราได้มาบวชจะไม่สูญเปล่า จะต้องมีผลมีกำไร"
                             อีกทั้งเธอทั้งหลายพึงสอนตนอย่างนี้ว่า
               เมื่อเราพิจารณาเห็นประโยชน์เพื่อตนเอง เราควรทำประโยชน์นั้น
                             ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาท
               เมื่อเราพิจารณาเห็นประโยชน์ของผู้อื่น เราควรทำประโยชน์นั้น
                             ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาท
               และเพื่อประโยชน์ทั้งสองส่วน เราควรทำประโยชน์นั้นให้สำเร็จ
                             ด้วยความไม่ประมาท "

               ในระหว่างที่พระผู้มีพระภาคทรงสั่งสอน และจนสั่งสอนจบ ภิกษุ จำนวน ๖๐ รูป  มีโลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก   ภิกษุอีก ๖๐ รูป ลาสิกขาสึกมาเป็นคฤหัสถ์ และกราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ทำได้ยาก ส่วนอีก ๖๐ รูป จิตได้หลุดพ้นในที่สุด


            ข้อความด้านบนนี้คือเรื่องที่ผู้เขียนย่อความมาจากพระไตรปิฎกเพื่อนำมาเตือนใจ ส่วนอุบาสก อุบาสิกา นั้นอาจจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าภิกษุ แต่ก็อย่าเพิ่งประมาท เพราะปัจจุบันนี้อุบาสก อุบาสิกา ที่ไม่รู้เรื่องพระธรรมวินัย   เป็นเหตุให้พระอาบัติ     บางทีก็อาจจะใช้ของสงฆ์ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ตัวเองต้องบาปกรรม บางทีชีวิตคนเรานั้นก็ลำบากเป็นทุกข์อยู่แล้ว   อย่าได้หาเรื่องมาทำให้ตัวเองทุกข์มากกว่าเดิมจะดีกว่า

             เมื่อได้อ่านเรื่องแล้ว จึงขอเชิญชวนทุกท่านให้ตระหนักถึง ความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในโอกาส และโอกาสที่แอบอยู่ในวิกฤต ยิ่งถ้ามีเหตุการณ์บีบคั้น สิ่งที่ได้มาอย่างลำบากยากเย็น แต่ถ้าคนคนนั้นได้ฝ่าอุปสรรคต่างๆ นาๆ ขึ้นมาได้จนสำเร็จ สิ่งที่เขาทำได้นั้น แค่ครั้งเดียว อาจจะบังเกิดผลมากกว่าผู้อื่นทำทั้งชีวิตก็เป็นไปได้   บางคนเกิดมาสบายในชาติที่มีพุทธศาสนาอยู่ แล้วทำตัวสบายๆ   เสวยสุขอยู่ไม่กี่สิบปีแล้วก็ตายอย่างไร้ค่า   กับอีกผู้หนึ่งเกิดมาลำบาก  แต่ฝ่าฟันทำความดี สามารถประพฤติธรรมอันสมควรแก่ธรรมได้ เกิดมาชาติเดียวอาจจะสร้างบุญกุศลมากกว่า คนที่เกิดมาสบายแต่ทำตัวเรื่อยเปื่อย ทำบุญบ้างไม่ทำบ้าง เป็นล้านล้านชาติก็เป็นได้ ดังนั้นไม่ว่าทุกคนจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ทุกคนก็สามารถที่จะเลือกที่จะเป็นได้ ส่วนคนที่สบายอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องดิ้นรนทำให้ตัวเองลำบาก เร่งทำโอกาสที่ตนได้รับให้ได้ประโยชน์สูงสุดด้วยความไม่ประมาท



มีผู้อ่านจำนวน : 1449 ครั้ง


บทความที่เกี่ยวข้อง

            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๑
            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๒
            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๓
backbutton
gototop
back2home_style3 go2contentstore_style03
Bottom Tab Content

Who's Online

We have 12 guests and no members online