Text Size
Thursday, December 13, 2018
Top Tab Content
007greatbun01

                                            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๑ 

ตอนบุญอันยิ่งใหญ่มหาศาลประมาณมิได้ที่ทุกคนได้รับเท่าเทียมกันในตอนนี้

            มนุษย์ทุกคนในตอนนี้รวมทั้งบุคคลที่ได้อ่านบทความนี้ (ผู้เขียนจะถือว่าผู้อ่านบทความในขณะนี้แต่ละคน  เป็นมนุษย์ปกติ)  มีบุญอันยิ่งใหญ่ที่น้อยคนจะมีโอกาสได้รับบุญแบบนี้    น่าเสียดายยิ่งนักที่ทุกคนไม่ได้ตระหนักถึง  ในบุญอันนี้สักเท่าไหร่  และปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย  หลายคนเมื่อมองย้อนหลังในสิ่ง ที่ตัวเองทำก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด    หรือเอาหัวโขกกำแพงอย่างน่าเสียดาย แต่ไม่ว่าจะทำร้ายตัวเองอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์    เพราะโอกาสนั้นได้ผ่านพ้นมาแล้ว   ก่อนที่จะถึงวันนั้นผู้เขียนจึงได้มาเตือนทุกท่านก่อนที่จะสายเกินไป  มาเถิดทุกๆ ท่าน จงมาดูบุญอันยิ่งใหญ่ที่ทุกท่านได้รับในตอนนี้

บุญข้อที่ ๑
            ที่ทุกคนได้รับ คือทุกคนมีร่างกายเป็นมนุษย์อยู่ขณะนี้  เมื่อเป็นมนุษย์อยู่แล้วทุกคนจะได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการที่จะประพฤติปฏิบัติตนไปในทางที่ถูกต้อง เพื่อที่จะได้ก้าวต่อไปในสิ่งที่ดีกว่าเดิม  อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะได้แก้ตัวในสิ่งที่ตนเองได้ทำผิดพลาดไปเมื่อครั้งอดีต แต่ก่อนเคยทำกรรมอะไรไม่ดีกับใครไว้กับพ่อแม่ สามี ภรรยา บุตร ฯลฯ  ถ้าสามารถทำในสิ่งที่ตรงข้ามได้ในชาตินี้  ก็จะได้หลุดจากวงเวียนวงกรรมเดิมได้

           อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากอีกข้อหนึ่งที่มนุษย์ส่วนมากไม่สามารถจะทำในสิ่งที่ดีและหลุดจากกรรมเดิมๆได้  เคยเป็นคนที่ชอบเถียงพ่อแม่  เกิดมากี่ชาติก็จะใช้นิสัยลักษณะเดิมๆ ทำต่อไป   ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาปกติที่สัตว์ปกติจะตกอยู่ในบ่วงกรรมเดิม เคยนิสัยทรามอย่างไร ก็จะมักจะเป็นอย่างนั้นเสมอ ถึงแม้จะดูเหมือนว่าน่าจะมีทางออก แต่สัตว์ก็ไม่เคยพ้นจากบ่วงกรรมที่ตัวเองทำจนเป็นนิสัยได้เลย  ในเส้นทางที่มืดมิด แต่ขณะนี้มีแสงสว่างเป็นทางออกแล้วนั่นคือพระธรรม

บุญข้อที่ ๒
                ได้มีโอกาสอยู่ในศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ซึ่งเป็นบุญอันยิ่งใหญ่มาก  น้อยสัตว์ยิ่งนักที่จะมีโอกาสอย่างนี้   
                  "อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน    พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้ว ในโลกนี้"
                   เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
                   พระสัทธรรมย่อมปรากฏแก่สัตว์ทั้งหลายได้
                   เพราะพระองค์เป็นผู้เดียวที่สามารถค้นพบพระธรรม
                   และนำมาให้แก่เหล่าสัตว์ทั้งหลายได้


                  นับว่าเป็นโอกาสอันยากยิ่งนักที่สัตว์ได้มาอยู่ในยุคที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
                  ทำไมโอกาสที่จะได้พบพุทธศาสนาเป็นเรื่องยากมากนั้น    เนื่องจากการที่บุคคลผู้หนึ่งจะบำเพ็ญเพียรสะสมบารมี  เพื่อจะได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งนั้นเป็นเรื่องยากมาก
                  บุรุษบุคคลผู้นั้นต้องพร้อมไปด้วยคุณสมบัติทุกประการ มีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ประมาณมิได้   ที่จะขนสัตว์ข้ามฝั่งสู่พระนิพพาน   จะต้องบำเพ็ญบารมีอันยาวนานแสนนานนับประมาณมิได้   ช่วงที่บำเพ็ญบารมีก็ลำบากแสนสาหัส  ผ่านกาลเวลาอันยาวนานสุดที่จะนับได้  ระหว่างบำเพ็ญบารมีก็มีความเสี่ยงอย่างมาก บางชาติที่ผิดพลาดก็ต้องลงไปชดใช้กรรมในนรกอันแสนทารุณ     พ้นจากนรกขึ้นมาก็บำเพ็ญบารมีช่วยเหลือสัตว์ต่อไป  ชาติที่เกิดเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ก็คอยจดจ่อสอดส่อง หาเวลาที่จะได้มีโอกาสลงมาช่วยเหลือสัตว์โลกต่อไป บำเพ็ญบารมีเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ

                   กว่าบุคคลผู้นี้ได้บำเพ็ญบารมีเป็น    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
                   ใช้เวลายาวนานและยากมาก นานแสนนานสักทีที่จะได้มีผู้บำเพ็ญบารมีครบ
                  บังเกิดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ดังนั้นโอกาสที่จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
                  สักองค์จึงน้อยมาก


                 แต่ขณะนี้ พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ ทุกคนรับรู้แล้วหรือไม่ว่า พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ ขอให้ทุกคนหยุดคิดสักนิดถึงสิ่งที่ตนได้รับขณะนี้

                 เมื่ออ่านถึงตอนนี้แล้ว  ก็ขอกล่าวเสริมเข้าไปอีกว่า บุญที่ทุกคนได้รับยังไม่หยุดแค่นั้น นั่นคือตอนนี้ยังมีตัวเสริมในบุญข้อที่ ๒ เข้าไปอีก นั่นคือขณะที่ทุกคนอยู่นี้คือ ภัทรกัป   เป็นกัปที่ยิ่งใหญ่มาก   นั่นคือจะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นในกัปเดียวกันถึง  ๕ พระองค์   นับเป็นโอกาสอันสูงสุดของสัตว์     เพราะเท่าที่ดูมาจากการบันทึกของคัมภีร์ต่างๆ ในอดีต  พระพุทธเจ้า ๒๔ พระองค์นับตั้งแต่  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระตัณหังกร  จนกระทั่งก่อนถึงยุคนี้   ก็ไม่เคยมีกัปไหนมีพระพุทธเจ้าถึง ๕ พระองค์เหมือนอย่างกัปนี้มาก่อน   และ ในอนาคตเบื้องหน้าที่    พระพุทธองค์ทรงทำนายไว้ถึงพระพุทธเจ้า ในอนาคต     ก็ยังไม่มีกัปไหนที่มีพระพุทธเจ้าพร้อมกันถึง ๕ พระองค์เหมือนดังกัปนี้ 

                 กัปใดมีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดสัก ๑ พระองค์ ก็แสนยากเย็น ยังความดีใจกับเหล่าสรรพสัตว์อย่างล้นพ้นแล้ว   แต่ขณะที่ทุกคนอยู่ในตอนนี้คือภัททกัป   คือมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดในกัปเดียวกันถึง ๕ พระองค์ นับเป็นบุญอย่างมากมายที่แต่ละคนอาจจะยังนึกไม่ถึง
                 ยังไม่พอสำหรับบุญที่ทุกคนได้รับ นั่นคือแต่ละคนเกิดมาอยู่ในประเทศที่มีพุทธศาสนาและผู้คนนับถือพุทธ แถมยังไม่ได้เป็นคนบ้าสติฟั่นเฟือน สามารถฟังธรรมและพิจารณาตามได้  
                 จากความยากในข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ นั้น คือตอนนี้ทุกคนได้รับบุญทั้ง ๒ ข้อนี้พร้อมกันแล้ว นั่นคือโอกาสอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าทุกคนจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม  แต่สิ่งที่ทุกคนได้รับขณะนี้ถือว่าได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
                 ดังที่กล่าวไว้ในอักขณสูตร (อ้างอิง ๑) มีเนื้อหาโดยย่อดังนี้
                 พระองค์ตรัสถึง
                 ลักษณะที่ไม่ได้อยู่ในเวลาที่เหมาะสมที่จะประพฤติปฏิบัติธรรม ๘ ประการคือ
เมื่อมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ว่าบุคคลนั้นไม่ได้อยู่สถานะนั่นคือ
                 ๑. บุคคลนั้นอยู่ในนรก
                 ๒. บุคคลนั้นกำเนิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
                 ๓. บุคคลนั้นอยู่ในสภาพเปรต (ปิตติวิสัย)
                 ๔. บุคคลนั้นอยู่ในสภาพเทพผู้มีอายุยืน
                 ๕. บุคคลนั้นเกิดในสถานที่ที่มีแต่พวกไม่รู้ดีรู้ชอบอยู่ ไม่มีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาไปมา 
                 ๖. บุคคลนั้นเป็นมิจฉาทิฐิ
                 ๗. บุคคลนั้นมีปัญญาทราม บ้าใบ้ ไม่สามารถรู้อรรถแห่งสุภาษิตและทุพภาษิต
                 ๘. ถึงแม้มีพร้อมหมด มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นมนุษย์ไม่ได้บ้า อยู่ในประเทศที่เหมาะสม
แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้แสดง ก็ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมอยู่ดี
 
                 พระองค์ตรัสต่อไปว่า  เวลาที่จะประพฤติปฏิบัติพรหมจรรย์ มีประการเดียวเท่านั้น
                 ประการเดียวนั้นคืออะไร ดูได้จากพุทธพจน์ดังต่อไปนี้

          " ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอุบัติขึ้นแล้วในโลกนี้  เป็นพระอรหันต์
   ตรัสรู้เองโดยชอบ    ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ  เสด็จไปดีแล้ว   ทรงรู้
   แจ้งโลก  เป็นสารถีฝึกบุรุษ ที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า   เป็นศาสดาของ
   เทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม
            และธรรมอันตถาคตทรงแสดง เป็นธรรมนำความสงบมาให้ เป็นไป
   เพื่อปรินิพพานให้ถึงการตรัสรู้ พระสุคตเจ้าทรงประกาศแล้ว และบุคคลนี้
   เกิดในมัชฌิมชนบท   ทั้งมีปัญญา   ไม่บ้าใบ้   สามารถเพื่อจะรู้อรรถแห่ง
   สุภาษิตและทุพภาษิตได้
            ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นขณะและสมัยในการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ประการเดียว "


                 เมื่อได้อ่านพุทธพจน์แล้ว  ถ้ายังไม่ซาบซึ้งก็ให้กลับไปอ่านพุทธพจน์ข้างต้นใหม่  ทุกคนพึงสังเกตถึงประโยคสุดท้าย เห็นคำว่า "ประการเดียว" หรือไม่   ทุกท่านพึงจะรู้ได้ว่าปัจจุบันนี้เป็นเวลาที่หาได้ยากยิ่งนัก เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาก เหมือนกับเรื่องเต่าตาบอดในมหานที (อ้างอิง ๒)

                 โอกาสที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นเป็นของยาก เปรียบได้กับ ทั้งโลกเป็นพื้นน้ำทั้งหมด   บุรุษผู้หนึ่งโยนห่วงลงไปในพื้นน้ำอันกว้างใหญ่นั้น   ลมพัดห่วงนั้นลอยตามน้ำไปโดยไม่มีทิศทาง   โดยที่ในพื้นน้ำนั้นมีเต่าตาบอดหนึ่งตัว  เต่าตาบอดตัวนั้น ๑๐๐ ปีจะโผล่ขึ้นมาครั้งหนึ่ง โอกาสที่เต่าตาบอดจะโผล่ขึ้นมาสวมห่วงนั้นพอดี  เปรียบได้กับการได้ความเป็นมนุษย์เป็นของยาก     พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติในโลกเป็นของยาก ธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้วจะรุ่งเรืองในโลกก็เป็นของยาก
   
                 ดังนั้นในขณะนี้ผู้ที่ได้อ่านบทความนี้ พอที่จะรับรู้ถึงบุญที่ตนเองได้รับในขณะนี้หรือไม่   เพราะได้รับสิ่งที่ได้ยากมากๆ  เหมือนกับโอกาสของเต่าตาบอด ๑๐๐ ปีจะโผล่ขึ้นเหนือน้ำสักที แล้วโผล่ขึ้นมาสวมห่วงพอดี    ถ้าเปรียบกันแล้วในตอนนี้  ทุกคนก็เหมือนกับเต่าตาบอดตัวนั้นที่โผล่ขึ้นมาแล้วสวมเข้ากับห่วงได้พอดี  ถือว่ามีบุญมหาศาลจริงๆ ที่ได้รับโอกาสที่นานๆจะเกิดขึ้นที อยากจะขอแสดงความยินดีกับทุกท่านจริงๆ

                 เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว  ผู้เขียนจะสมมติว่าท่านผู้อ่านทุกคนได้มีใจตระหนักถึงบุญที่ทุกคนได้รับในขณะนี้อย่างแท้จริง และกำลังมีความรู้สึกเสียดายถึงการทำตัวที่ผ่านมา  อีกทั้งกำลังมีคำถามว่า  เราควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรต่อไป จากนี้ให้สมกับที่ได้รับโอกาสอันมีค่ายิ่งในตอนนี้ 
                 ขอให้ทุกคนไม่ต้องใจร้อน  และไม่ต้องเสียดายต่อโอกาสในเหตุการณ์ที่ผ่านล่วงเลยไป เรายังมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่   สำหรับบางท่านอาจจะเป็นการดีด้วยซ้ำไป    ที่ไม่ได้สนใจในพุทธศาสนาเมื่อยังไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ถ้าทุกท่านยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนพูด ก็โปรดติดตามอ่านภาค ๒ ในตอนต่อไป 



อ้างอิง ๑  :
พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับสยามรัฐ จำนวน ๔๕ เล่ม
เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก  อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
หน้าที่ ๑๗๓ ข้อ ๑๑๙, อักขณสูตร

พระไตรปิฎกและอรรถกถาไทย ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวน ๙๑ เล่ม
เล่มที่ ๓๗ พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔
หน้าที่ ๔๕๑ ข้อ ๑๑๙ , อักขณสูตร

อ้างอิง ๒ : 
พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับสยามรัฐ จำนวน ๔๕ เล่ม เล่ม ๑๑ พระสุตตันตปิฎก  
สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค - หน้าที่ ๔๔๘ ข้อ ๑๗๔๔, ฉิคคฬสูตรที่ ๒

พระไตรปิฎกและอรรถกถาไทย ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวน ๙๑ เล่ม
เล่มที่ ๓๑  พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒
หน้าที่ ๔๗๖ ข้อ ๑๗๔๔  ทุติยฉิคคฬสูตร ว่าด้วยการได้ความเป็นมนุษย์แสนยาก 


มีผู้อ่านจำนวน : 1468 ครั้ง


บทความที่เกี่ยวข้อง

            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๑
            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๒
            บุญอันยิ่งใหญ่ ความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่ง ภาค ๓
backbutton
gototop
back2home_style3 go2contentstore_style03
Bottom Tab Content

Who's Online

We have 7 guests and no members online