Text Size
Thursday, December 13, 2018
Top Tab Content

source_2548


“กฐิน” ปีพ.ศ.๒๕๔๘ 

            ใกล้ถึงช่วง “กฐิน” ปี 48 แล้ว อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านมาศึกษา กฐิน ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย กันก่อน เพราะถ้าทำถูกต้องแล้วจะทำให้ได้อานิสงส์ กฐิน ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งผู้ถวายและพระผู้รับกฐิน  แต่ถ้าทำผิดแล้วแทนที่จะได้อานิสงส์กฐิน กลับไม่ได้หรือได้น้อยลงไป หรือแย่ที่สุดอาจจะทำให้เกิดโทษอย่างมากก็เป็นไปได้
            กฐิน เป็น ผ้าพิเศษ ในทางพระวินัยใช้ชื่อเรียกเป็นสังฆกรรมอย่างหนึ่ง ที่อยู่ในช่วงเวลา 1 เดือน หลังออกพรรษา ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพุทธานุญาต ให้ภิกษุพร้อมใจกันมอบผ้าผืนใดผืนหนึ่งใน 3 ผืน ให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ผู้มีคุณสมบัติที่สมควรแก่การรับผ้ากฐิน  และภิกษุผู้รับผ้ากฐินเป็นผู้ดำเนินการกรานกฐินในท่ามกลางระหว่างสงฆ์  หลังจากนั้นจะต้องประกาศให้คณะสงฆ์รับทราบเพื่ออนุโมทนา เมื่อคณะสงฆ์อนุโมทนาแล้ว พระภิกษุองค์ครองจึงจะมีสิทธิในผ้ากฐินผืนนั้น  และพระภิกษุในวัดทุกรูปมีสิทธิได้รับอานิสงส์กฐิน 5 ประการ
           
ประเด็นที่ควรระลึกถึง
            กฐิน คือผ้าพิเศษที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพุทธานุญาตเฉพาะ  กฐินไม่ใช่เงิน หรือสิ่งของต่าง ๆ
            มีช่วงเวลาที่กำหนดแน่นอนหลังออกพรรษา มีระยะเวลาเพียง 1 เดือน (1 ค่ำเดือน 11 – 15 ค่ำเดือน 12)  ถ้าทำกฐินนอกช่วงเวลาก็จะไม่ใช่กฐิน
            กฐินเป็นพระพุทธานุญาตด้วยพระองค์เอง ไม่มีผู้ใดมาทูลขอ
            พุทธประสงค์เรื่องกฐิน คือให้พระภิกษุได้พักผ่อน พอพื้นดินแห้งสมควรแก่การเดินทาง, เพื่อสงเคราะห์ ให้พระภิกษุได้เปลี่ยนผ้าครอง, เพื่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่สงฆ์ ได้ช่วยกันตัดเย็บจีวรเป็นผ้ากฐิน, เพื่อให้พระภิกษุได้รับอานิสงส์ 5 ประการ
            ผ้ากฐินตามพระวินัยควรเป็น “ผ้าขาว” ทำจากเปลือกไม้ ฝ้าย ไหม ป่าน ขนสัตว์ หรือผ้าผสมกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าใหม่ ผ้าเทียมใหม่ ผ้าเก่า ผ้าเปื้อนฝุ่น ผ้าทิ้งตามตลาด อย่างใดอย่างหนึ่งก็ใช้ได้ (ปัจจุบันใช้จีวรสำเร็จรูปแต่ต้องตัดเย็บให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย)
            ผ้า ไตร 3 ผืน ไม่ว่าจะเป็นผืนใดผืนหนึ่งจะต้องเป็นผ้าขัณฑ์ (ขัณฑ์ = ตอน ท่อน ส่วน ชิ้น เช่น จีวรมีขัณฑ์ 5 คือมีผ้า 5 ชิ้น มาเย็บติดกันเป็นผ้าผืนเดียวกัน)

            ถ้าวัดไหนที่ไม่มีผู้ใดมาถวายผ้า กฐิน แก่ภิกษุในวัดเพื่อมอบให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งในวัดที่มีคุณสมบัติตามกำหนด ภิกษุในวัดทั้งหมดก็จะไม่ได้อานิสงส์กฐิน 5 ประการ
            ภิกษุผู้ครองผ้า กฐิน ควรเป็นภิกษุผู้ได้รับการอุปสมบทด้วย “ญัตติจตุตถกรรม” โดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย,  ต้องเป็นผู้รู้ธรรม 8 ประการ, ต้องเป็นพระภิกษุไม่ต้องโทษ ไม่ต้องอาบัติ
           วัดใดหากภิกษุในวัดเดียว กันทะเลาะกัน ยังไม่คืนดีต่อกัน ยังโกรธกัน ไม่พูดดีต่อกัน เป็นสังฆราชี วัดนั้นไม่มีสิทธิ์รับกฐิน เพราะจะเป็นกฐินเดาะ ไม่ได้อานิสงส์กฐิน
            วัดใดมีพระภิกษุไม่ครบ 5 รูป จะไม่มีสิทธิ์รับผ้ากฐิน คือต้องมีพระภิกษุในวัดเดียวกันครบ 5 รูป (เป็นอย่างน้อย) จำพรรษาครบ 3 เดือนโดยไม่ขาดพรรษา จึงจะกรานกฐินได้
            ถ้าวัดใดต้องการเงินอย่างเดียว, ต้องการทั้งกฐินและเงิน  กฐินเดาะไม่เป็นกฐิน 
            การ บอกบุญ โดยแจ้งวัตถุประสงค์ เชิญร่วมบุญกฐินเพื่อสร้างศาสนวัตถุ เช่น สร้างเจดีย์, โบสถ์, วิหาร, หอระฆัง ฯลฯกฐินเดาะ การแจ้งข่าวกฐินควรทำใบแจ้งทอดกฐิน พร้อมกำหนดการโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องสร้างวิหารทานใด ๆ  ถ้าวัดนั้นมีเจ้าภาพสร้างวิหารทานด้วย ควรทำใบแจ้งแยกต่างหาก แยกออกจากใบกฐิน
            กฐินเป็นกอง ๆ แจ้งว่ากองละเท่านั้นเท่านี้ เป็นกฐินเดาะ  แต่ถ้าเจตนาเพื่อซื้อเครื่องกฐิน สามารถทำได้
            การ ประกาศขอกฐิน โดยพระภิกษุในวัดรูปใดรูปหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางวาจาโดยตรง หรือโฆษณาทางสื่อต่างๆ เช่นวิทยุ, โทรทัศน์, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ให้มาทอดกฐินที่วัดตน กฐินนั้นเดาะไม่เป็นกฐินเพราะผิดพระวินัย




มีผู้อ่านจำนวน : 2632 ครั้ง


backbutton
gototop
back2home_style3 go2contentstore_style03
Bottom Tab Content

Who's Online

We have 9 guests and no members online